สมาร์ทเซฟตี้
อุบัติเหตุจากรถโฟล์คลิฟท์ สาเหตุหลักและวิธีป้องกันเชิงรุกในโรงงาน

อุบัติเหตุจากรถโฟล์คลิฟท์ สาเหตุหลักและวิธีป้องกันเชิงรุกในโรงงาน

  • Admin
  • จำนวนดู 1 ครั้ง

อุบัติเหตุจากรถโฟล์คลิฟท์: ความเสี่ยงที่มองไม่เห็นในโรงงาน

รถโฟล์คลิฟท์ (Forklift) หรือรถยกสินค้า เป็นเครื่องมือทุ่นแรงที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนถ่ายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสะดวกสบายนี้กลับซ่อนความอันตรายไว้มากมาย ข้อมูลจากกองความปลอดภัยแรงงานมักระบุว่าอุบัติเหตุจากการใช้งานรถโฟล์คลิฟท์มักสร้างความเสียหายรุนแรงถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต ซึ่งสร้างความสูญเสียมหาศาลทั้งต่อตัวพนักงาน ครอบครัว และองค์กร ในฐานะเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) หัวหน้างาน และฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) การเข้าใจสาเหตุหลักและมาตรการป้องกันจึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยใน workplace

4 สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุจากรถโฟล์คลิฟท์

การวิเคราะห์อุบัติเหตุที่ผ่านมา กฎกระทรวงมفอ. และสถิติในโรงงานอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่า สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความขัดข้องของตัวรถ แต่เกิดจากปัจจัยด้านคนและการบริหารจัดการ โดยมีสาเหตุหลักดังนี้ครับ:

  • การขับขี่ด้วยความเร็วเกินกำหนด: การเร่งรีบทำงานทำให้ผู้ขับขี่ละเลยป้ายจำกัดความเร็วในโรงงาน เมื่อเจอทางโค้งหรือมุมอับ จึงไม่สามารถเบรกได้ทัน
  • การบรรทุกสินค้าเกินพิกัดและไม่สมดุล: การยกของที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่รถกำหนด หรือการวางพาเลทไม่กึ่งกลางงา ทำให้รถเสียการทรงตัวและเกิดเหตุรถพลิกคว่ำ (Tip-over) ได้ง่าย
  • การขาดทัศนวิสัยในการมองเห็น: การยกงาขึ้นสูงเกินไปขณะขับขี่ทำให้บังสายตา หรือการขับรถถอยหลังโดยไม่มองกระจกและไม่มีผู้ให้สัญญาณ
  • คนเดินเท้าถูกเฉี่ยวชน: การเดินตัดหน้ารถในระยะประชิด หรือการใช้พื้นที่ร่วมกันระหว่างคนกับรถโดยไม่มีการแบ่งเส้นทางเดิน (Walkway) ที่ชัดเจน

แนวทางการป้องกันและมาตรการทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติ

เพื่อให้เป็นไปตาม กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน และลดความเสี่ยงให้เป็นศูนย์ องค์กรต้องบูรณาการมาตรการป้องกันอย่างจริงจัง ดังนี้ครับ:

  • การอบรมและออกใบอนุญาต: ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่รถโฟล์คลิฟท์ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรความปลอดภัยในการขับรถโฟล์คลิฟท์ทั้งภาค理论และภาคปฏิบัติ และมีใบเซอร์รับรองอย่างถูกต้อง รวมถึงต้องมีการรีเฟรชความรู้เป็นประจำทุกปี
  • การตรวจสอบสภาพรถก่อนใช้งาน (Pre-operation Check): ผู้ขับขี่ต้องตรวจเช็คสภาพรถ เช่น เบรก แตร ไฟสัญญาณ ยาง และระบบไฮดรอลิก ทุกครั้งก่อนเริ่มกะการทำงาน หากพบความชำรุดต้องห้ามใช้งานเด็ดขาด
  • การจัดการพื้นที่ทำงาน (Traffic Management): กำหนดเส้นทางเดินรถและทางเดินเท้าให้ชัดเจน ติดตั้งกระจกโค้งตามมุมอับ ป้ายเตือนความเร็ว และจำกัดเขตความเร็วในโรงงานอย่างเคร่งครัด
  • บทบาทของ HR และหัวหน้างานในการกวดขันวินัย: HR ต้องคัดเลือกบุคลากรที่มีความพร้อมทางสุขภาพและจิต หัวหน้างานหน้างาน ต้องคอยสอดส่องดูแลไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎความปลอดภัย เช่น การนำคนขึ้นไปยืนบนงาเพื่อทำงานที่สูง ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

บทสรุป

อุบัติเหตุจากรถโฟล์คลิฟท์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง ตั้งแต่ จป. ที่ต้องออกแบบระบบและตรวจสอบความปลอดภัย หัวหน้างาน ที่ต้องกวดขันวินัยหน้างาน HR ที่ต้องใส่ใจตั้งแต่กระบวนการสรรหาและอบรม ไปจนถึงตัวพนักงานขับรถที่มีสติและไม่ประมาท การลงทุนด้านความปลอดภัยวันนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน แต่ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนและความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรในระยะยาวอีกด้วยครับ

แชร์บทความนี้: