
การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ต้องทำอย่างไร
การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หรือ จป. เป็นหน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้าง ไม่ใช่ทางเลือก กฎหมายหลักที่ใช้อ้างอิงในปัจจุบันคือ กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554
หลายสถานประกอบกิจการเข้าใจผิดว่าแค่ส่งคนไปอบรมแล้วถือว่าครบ ความจริงคือการอบรมเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่ง ต้องมีการแต่งตั้งเป็นหนังสือและแจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยด้วย จึงจะถือว่าดำเนินการครบตามกฎหมาย
จป. มีกี่ระดับ
กฎกระทรวงฉบับ พ.ศ. 2565 กำหนดเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานไว้ 5 ระดับ แต่ละระดับมีที่มาและหน้าที่ต่างกัน
- จป. ระดับหัวหน้างาน — ลูกจ้างระดับหัวหน้างานที่ผ่านการอบรม เป็นผู้ควบคุมดูแลความปลอดภัยของลูกน้องในหน่วยงานที่ตนรับผิดชอบ
- จป. ระดับบริหาร — ลูกจ้างระดับผู้บริหารที่ผ่านการอบรม กำกับดูแลให้หน่วยงานในความรับผิดชอบดำเนินการด้านความปลอดภัย
- จป. ระดับเทคนิค — ผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะ ทำงานด้านความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำ
- จป. ระดับเทคนิคขั้นสูง — คุณสมบัติสูงขึ้นทั้งด้านการศึกษาและการอบรม
- จป. ระดับวิชาชีพ — ทำงานด้านความปลอดภัยเต็มเวลา ต้องมีคุณสมบัติด้านการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือเข้าเงื่อนไขอื่นที่กฎกระทรวงระบุ
ระดับและจำนวนที่สถานประกอบกิจการต้องมีขึ้นอยู่กับ ประเภทกิจการและจำนวนลูกจ้าง ตามบัญชีแนบท้ายกฎกระทรวง โรงงานประเภทเดียวกันแต่จำนวนลูกจ้างต่างกันจึงมีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน ควรตรวจบัญชีแนบท้ายให้ตรงกับประเภทกิจการของตนเองก่อนวางแผนกำลังคน
ขั้นตอนการแต่งตั้งที่ถูกต้อง
- ตรวจประเภทกิจการและนับจำนวนลูกจ้าง ให้ตรงกับบัญชีแนบท้าย เพื่อรู้ว่าต้องมี จป. ระดับใด กี่คน และต้องมีหน่วยงานความปลอดภัยหรือ คปอ. ด้วยหรือไม่
- คัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติครบ ทั้งตำแหน่งงานจริงในองค์กรและคุณสมบัติตามกฎหมาย เช่น จป. ระดับหัวหน้างานต้องเป็นลูกจ้างระดับหัวหน้างานจริง ไม่ใช่พนักงานทั่วไป
- ส่งเข้าอบรมกับหน่วยฝึกอบรมที่ขึ้นทะเบียน หลักสูตรและจำนวนชั่วโมงต้องตรงตามที่กฎหมายกำหนด และวิทยากรต้องมีคุณสมบัติตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
- ออกคำสั่งแต่งตั้งเป็นหนังสือ ระบุชื่อ ตำแหน่ง ระดับของ จป. ขอบเขตหน้าที่ และวันที่มีผล ลงนามโดยผู้มีอำนาจ พร้อมปิดประกาศให้ลูกจ้างทราบ
- แจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยในเขตพื้นที่ พร้อมเอกสารหลักฐานภายในกำหนดเวลา และเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน
- ทบทวนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เช่น จป. ลาออก ย้ายตำแหน่ง หรือจำนวนลูกจ้างเพิ่มจนเข้าเกณฑ์ใหม่ ต้องแต่งตั้งและแจ้งใหม่
เอกสารที่ควรเก็บให้พร้อมตรวจ
- คำสั่งแต่งตั้ง จป. ทุกระดับ ฉบับล่าสุดและฉบับที่ยกเลิกแล้ว
- วุฒิบัตรผ่านการอบรมของ จป. แต่ละคน
- หลักฐานการแจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย พร้อมวันที่แจ้ง
- บันทึกการปฏิบัติหน้าที่ เช่น รายงานการตรวจความปลอดภัย รายงานการสอบสวนอุบัติเหตุ
- ผังโครงสร้างองค์กรที่แสดงตำแหน่ง จป. และสายการบังคับบัญชา
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- คิดว่าอบรมแล้วจบ — ถ้าไม่มีคำสั่งแต่งตั้งและไม่ได้แจ้ง ถือว่ายังไม่ครบตามกฎหมาย
- ตั้งพนักงานทั่วไปเป็น จป. หัวหน้างาน — ผิดคุณสมบัติ เพราะกฎหมายกำหนดให้เป็นลูกจ้างระดับหัวหน้างาน
- ให้ จป. วิชาชีพทำงานอื่นเป็นงานหลัก — จป. ระดับวิชาชีพต้องปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยเต็มเวลา
- ไม่แต่งตั้งใหม่เมื่อคนเดิมลาออก — ช่วงที่ตำแหน่งว่างคือช่วงที่สถานประกอบกิจการมีความเสี่ยงถูกดำเนินคดี
- ลืมว่าต้องมี คปอ. ด้วย — สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปต้องจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน แยกจากเรื่อง จป.
ข้อแนะนำสุดท้าย ให้ตรวจสอบระยะเวลาที่ต้องแจ้งและรายละเอียดคุณสมบัติกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดในพื้นที่อีกครั้ง เพราะรายละเอียดปลีกย่อยอาจมีประกาศเพิ่มเติมภายหลัง
หลักสูตรอบรมที่เกี่ยวข้อง
สมาร์ทเซฟตี้ จัดอบรมแบบ In-House ถึงสถานประกอบกิจการทั่วประเทศ วิทยากรมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ออกวุฒิบัตรให้ผู้เข้าอบรมทุกท่าน
ขอใบเสนอราคาฟรี หรือโทร 088-595-4625







