สมาร์ทเซฟตี้
การทำงานบนที่สูง: อุปกรณ์กันตกและการตรวจสอบตามมาตรฐานอาชีวอนามัย

การทำงานบนที่สูง: อุปกรณ์กันตกและการตรวจสอบตามมาตรฐานอาชีวอนามัย

  • Admin
  • จำนวนดู 1 ครั้ง

การทำงานบนที่สูงเป็นกิจกรรมที่พบได้บ่อยในอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น การก่อสร้าง การซ่อมบำรุงเครื่องจักร หรือการทำความสะอาดระบบระบายอากาศ หากไม่มีการควบคุมอุปกรณ์กันตกและการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้น ตาม พระราชบัญญัติอาชีวอนามัย พ.ศ. 2548 และ กฎกระทรวงว่าด้วยการทำงานบนที่สูง พ.ศ. 2553 ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันและการตรวจเช็คที่สอดคล้องกับมาตรฐานไทย (เช่น มาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย 2418) อย่างเคร่งครัด

ความเสี่ยงของการทำงานบนที่สูง

ความเสี่ยงหลักของงานบนที่สูงประกอบด้วย:

  • การตกจากที่สูง (Fall from Height) ซึ่งเป็นสาเหตุการบาดเจ็บที่สำคัญอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรม
  • การหล่นของอุปกรณ์หรือวัสดุที่อาจทำให้ผู้อยู่ใกล้เคียงตกหล่น
  • การสูญเสียการทรงตัวเนื่องจากพื้นผิวลื่นหรืออากาศแรง
  • อาการเหนื่อยล้าและความผิดพลาดจากการทำงานต่อเนื่องบนที่สูง

ตามข้อ 3 ของกฎกระทรวงว่าด้วยการทำงานบนที่สูง ผู้ประกอบการต้องประเมินความเสี่ยงและจัดให้มีระบบป้องกันที่เหมาะสมก่อนเริ่มงาน

อุปกรณ์กันตกประเภทหลัก

อุปกรณ์กันตก (Fall Arrest System) มี 4 ประเภทสำคัญที่ต้องใช้ร่วมกันเพื่อให้ได้ระดับความปลอดภัยสูงสุด

  • สายรัดคอ (Full‑Body Harness) – ต้องผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน TIS 2418‑2 ก่อนใช้งาน
  • อุปกรณ์เชื่อมต่อ (Lanyard หรือ Rope) – ควรมีความยาวและแรงดึงที่สอดคล้องกับงาน (ไม่เกิน 2 m และแรงดึงขั้นต่ำ 6 kN)
  • จุดยึด (Anchor) – ต้องเป็นโครงสร้างที่รับแรงดึงได้อย่างน้อย 10 kN ตามมาตรฐาน TIS 2418‑1
  • อุปกรณ์ป้องกันการตก (Fall‑Restraint) – ใช้ในกรณีที่ต้องจำกัดการเคลื่อนที่ของผู้ทำงาน เช่น ราวกันตก หรือระบบสายรัดที่ไม่ให้ผู้ทำงานถึงขอบเขตอันตราย

การเลือกใช้อุปกรณ์ต้องพิจารณาจากประเภทของงาน ความสูงที่ทำงาน และสภาพแวดล้อม (เช่น ความชื้นหรือสารเคมี)

วิธีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์

การตรวจสอบอุปกรณ์กันตกเป็นขั้นตอนที่ต้องทำเป็นประจำตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

  • ตรวจสอบก่อนใช้งานทุกครั้ง – ตรวจหาตราบ, รอยขาด, การเสื่อมสภาพของวัสดุ
  • การตรวจสอบเชิงลึก (Inspection) รายเดือน – ใช้เครื่องมือวัดความตึงและตรวจสอบจุดเชื่อมต่อ
  • การตรวจสอบประจำปี (Annual Inspection) – ให้ผู้ตรวจสอบที่ได้รับการรับรองจากกรมสาธารณสุขหรือองค์กรที่ได้รับการแต่งตั้งดำเนินการ
  • บันทึกผลการตรวจสอบ – ต้องเก็บบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรหรือระบบดิจิทัลตามมาตรฐาน ISO 45001

หากพบความบกพร่องใด ๆ ต้องหยุดใช้และทำการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที ไม่ควรใช้วิธี “ซ่อมแซมชั่วคราว” ที่อาจทำให้ประสิทธิภาพการป้องกันลดลง

ความรับผิดชอบของผู้จัดการและฝ่าย HR

หัวหน้างานและผู้จัดการต้องดำเนินการต่อไปนี้เพื่อให้การทำงานบนที่สูงเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐาน

  • จัดทำและอัปเดต แผนความปลอดภัย (Safety Plan) ที่ระบุขั้นตอนการทำงาน, จุดยึด, และอุปกรณ์ที่ใช้
  • กำหนดและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน (Competency) ให้ผ่านการอบรมตามหลักสูตร การทำงานบนที่สูง (Fall Protection Training) ตามกฎกระทรวง
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการจัดหาอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและมีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี (ตามข้อ 9 ของกฎกระทรวง)
  • บันทึกเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้น (Near‑miss หรือ Accident) และทำการวิเคราะห์สาเหตุเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
  • ประสานงานกับฝ่าย HR เพื่อจัดทำระบบการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบอุปกรณ์เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประเมินผลการทำงาน (Performance Review)

โดยสรุป การทำงานบนที่สูงต้องอาศัยการวางแผน การใช้ อุปกรณ์กันตกที่เหมาะสม และการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติอาชีวอนามัย พ.ศ. 2548 และมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

สรุปข้อปฏิบัติสำคัญ: ตรวจประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มงาน, ใช้อุปกรณ์กันตกที่ได้รับการรับรอง, ตรวจสอบอุปกรณ์ตามตารางที่กำหนด, บันทึกและรายงานผลการตรวจสอบ, ฝึกอบรมและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ. การปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยลดอุบัติเหตุจากการตกและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในโรงงาน

แชร์บทความนี้: