
ISO 45001 คืออะไร? มาตรฐานระบบจัดการความปลอดภัยที่โรงงานควรรู้
ISO 45001 คือมาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety Management System) เผยแพร่ครั้งแรกในปี 2018 โดยองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) เพื่อให้องค์กรทุกขนาดใช้เป็นกรอบในการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แก้ปัญหาเป็นครั้งๆ ไป
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนอื่นคือ ISO 45001 ไม่ใช่กฎหมาย เป็นมาตรฐานที่องค์กรสมัครใจนำไปใช้และขอการรับรองจากหน่วยรับรอง (Certification Body) การได้ใบรับรองจึงไม่ได้แทนการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยของไทย ตรงกันข้าม มาตรฐานนี้กำหนดให้องค์กร "ต้อง" ระบุและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นข้อกำหนดพื้นฐานอยู่แล้ว
ISO 45001 ต่างจาก OHSAS 18001 อย่างไร
ISO 45001 เข้ามาแทน OHSAS 18001 ซึ่งเป็นมาตรฐานเดิมที่ถูกยกเลิกไป องค์กรที่เคยได้การรับรอง OHSAS 18001 ต้องเปลี่ยนผ่านมาใช้ ISO 45001 ความแตกต่างสำคัญมี 4 เรื่อง
- ใช้โครงสร้าง Annex SL เหมือน ISO 9001 และ ISO 14001 ทำให้องค์กรที่มีระบบคุณภาพหรือสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วรวมเอกสารและการตรวจติดตามเข้าด้วยกันได้ ลดงานซ้ำซ้อนลงมาก
- ผู้บริหารระดับสูงต้องรับผิดชอบเอง ไม่ใช่มอบให้ จป. หรือฝ่ายความปลอดภัยรับไปทั้งหมด มาตรฐานระบุชัดว่าความเป็นผู้นำ (Leadership) เป็นข้อกำหนดที่ผู้บริหารต้องแสดงหลักฐานได้
- เน้นการมีส่วนร่วมและการปรึกษาหารือของผู้ปฏิบัติงาน (Participation and Consultation) พนักงานหน้างานต้องมีช่องทางเสนอความเห็นและร่วมประเมินความเสี่ยงจริง ไม่ใช่แค่ถูกแจ้งผลลัพธ์
- คิดทั้งความเสี่ยงและโอกาส รวมถึงบริบทขององค์กรและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ลูกค้า คู่ค้า ชุมชนรอบโรงงาน
โครงสร้างข้อกำหนด ข้อ 4 ถึง 10
เนื้อหาที่ต้องทำจริงเริ่มที่ข้อ 4 เป็นต้นไป เรียงตามวงจร PDCA (Plan-Do-Check-Act)
- ข้อ 4 บริบทขององค์กร — วิเคราะห์ปัจจัยภายในภายนอก ระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กำหนดขอบเขตของระบบ
- ข้อ 5 ความเป็นผู้นำและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน — นโยบาย บทบาทหน้าที่ และช่องทางการปรึกษาหารือ
- ข้อ 6 การวางแผน — ชี้บ่งอันตราย ประเมินความเสี่ยง ระบุข้อกำหนดกฎหมาย ตั้งวัตถุประสงค์ที่วัดผลได้
- ข้อ 7 การสนับสนุน — ทรัพยากร ความสามารถของบุคลากร การฝึกอบรม การสื่อสาร และการควบคุมเอกสาร
- ข้อ 8 การดำเนินการ — การควบคุมการปฏิบัติงาน การจัดการผู้รับเหมาและการจัดซื้อ การเตรียมพร้อมตอบสนองภาวะฉุกเฉิน
- ข้อ 9 การประเมินสมรรถนะ — เฝ้าระวัง วัดผล ตรวจติดตามภายใน และทบทวนโดยฝ่ายบริหาร
- ข้อ 10 การปรับปรุง — จัดการอุบัติการณ์ ความไม่สอดคล้อง การแก้ไข และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ลำดับชั้นการควบคุมอันตราย หัวใจของข้อ 8
ISO 45001 กำหนดให้เลือกมาตรการควบคุมตามลำดับ ไม่ให้กระโดดไปใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเป็นทางแรกเพราะเป็นชั้นที่อ่อนแอที่สุด
- กำจัดอันตรายออกไป (Elimination) เช่น เลิกใช้กระบวนการที่เสี่ยง
- แทนที่ด้วยสิ่งที่อันตรายน้อยกว่า (Substitution) เช่น เปลี่ยนตัวทำละลาย
- ควบคุมทางวิศวกรรม (Engineering) เช่น ครอบเครื่องจักร ระบบระบายอากาศ
- ควบคุมทางบริหารจัดการและป้ายเตือน เช่น ขั้นตอนการทำงาน ใบอนุญาตทำงาน การฝึกอบรม
- อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) เป็นชั้นสุดท้าย
ประโยชน์ที่จับต้องได้ และสิ่งที่ต้องเตรียมใจ
องค์กรที่ทำระบบจริงจังมักเห็นผลใน 3 ด้าน คือ อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลงเพราะมีการชี้บ่งอันตรายอย่างเป็นระบบ ต้นทุนแฝงลดลงทั้งค่ารักษา เวลาหยุดงาน และเบี้ยประกัน และโอกาสทางธุรกิจเพิ่มขึ้นเพราะลูกค้าต่างชาติหลายรายกำหนดให้คู่ค้าต้องมีใบรับรองนี้
สิ่งที่ต้องเตรียมใจคือ ISO 45001 ไม่ใช่งานเอกสารที่ทำเสร็จแล้วจบ ต้องมีการตรวจติดตามภายใน การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร และการตรวจ Surveillance จากหน่วยรับรองเป็นระยะ องค์กรที่ทำเพียงเพื่อให้ได้ใบรับรองมักพบว่าระบบไม่ยั่งยืนและกลับไปสู่วิธีทำงานเดิมภายในหนึ่งถึงสองปี
เริ่มต้นอย่างไรให้ไม่เสียเวลา
สิ่งที่ควรทำก่อนคือประเมินช่องว่าง (Gap Assessment) ระหว่างสิ่งที่องค์กรทำอยู่กับข้อกำหนด เพราะโรงงานที่ปฏิบัติตามกฎหมายไทยครบถ้วนอยู่แล้วมักมีพื้นฐานไปแล้วกว่าครึ่ง ทั้งการชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยง แผนฉุกเฉิน และการฝึกอบรม
ฐานที่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจของหัวหน้างานและ จป. ทุกระดับ เพราะเป็นผู้ที่ต้องลงมือชี้บ่งอันตรายและควบคุมความเสี่ยงหน้างานจริง หากทีมนี้ยังไม่แข็ง ระบบที่วางไว้บนกระดาษจะไม่เกิดผล
หลักสูตรอบรมที่เกี่ยวข้อง
- อบรม จป. ระดับหัวหน้างาน
- อบรม คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.)
- อบรม การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)
สมาร์ทเซฟตี้ จัดอบรมแบบ In-House ถึงสถานประกอบกิจการทั่วประเทศ วิทยากรมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ออกวุฒิบัตรให้ผู้เข้าอบรมทุกท่าน
ขอใบเสนอราคาฟรี หรือโทร 088-595-4625








