
ชื่อหลักสูตรตามกฎหมาย: หลักสูตร การเอาตัวรอดจากการก่อการร้าย และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้า เหตุระเบิดในที่สาธารณะ และเหตุความรุนแรงในสถานที่ทำงาน เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย และทุกครั้งเกิดขึ้นในสถานที่ที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าปลอดภัย
ต่างจากภัยธรรมชาติตรงที่เหตุการณ์ประเภทนี้ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า และเวลาที่ใช้ตัดสินใจสั้นกว่ามาก ข้อมูลจากเหตุการณ์จริงพบว่าคนจำนวนมากเสียชีวิตเพราะยืนนิ่งเพื่อทำความเข้าใจว่าเสียงที่ได้ยินคืออะไร เพราะวิ่งไปรวมกันในมุมอับที่ไม่มีทางออก หรือเพราะเลือดออกรุนแรงแล้วไม่มีใครห้ามเลือดเป็นในช่วงก่อนที่หน่วยแพทย์จะเข้าพื้นที่ได้
หลักสูตรนี้ยึดหลัก หนี ซ่อน สู้ (Run · Hide · Fight) ซึ่งเป็นแนวทางสากลที่ใช้ฝึกรับมือเหตุคนร้ายกราดยิงทั่วโลก โดยเรียงตามลำดับความสำคัญ คือออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดเป็นทางเลือกแรก หากออกไม่ได้จึงหาที่กำบังและปิดกั้นตัวเอง และการเข้าต่อสู้ขัดขวางผู้ก่อเหตุเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อชีวิตอยู่ในอันตรายเฉพาะหน้าและไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเท่านั้น ควบคู่กับทักษะปฐมพยาบาลบาดแผลรุนแรงซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตได้มากที่สุดในเหตุการณ์ลักษณะนี้
เนื้อหาส่วนการเอาตัวรอดของหลักสูตรนี้พัฒนาโดยอ้างอิงหลักสูตร Preparing and Responding to Active Shooter Incidents ของ UNDSS (United Nations Department of Safety and Security) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่สหประชาชาติใช้เตรียมความพร้อมให้ทั้งผู้บริหารและพนักงานรับมือสถานการณ์คนร้ายกราดยิง เผยแพร่บนแพลตฟอร์มอบรมของ UNDSS ที่ training.dss.un.org ใช้เวลาเรียนประมาณ 20 นาที มีใบรับรองเมื่อเรียนจบและไม่มีวันหมดอายุ พร้อมสื่อประกอบทั้งแผ่นพับ บัตรพกพา และโปสเตอร์ให้ดาวน์โหลด
ทั้งนี้กรอบแนวคิด Run · Hide · Fight เป็นแนวทางที่หน่วยงานความปลอดภัยระดับสากลใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีต้นทางจาก U.S. Department of Homeland Security และ FBI สมาร์ทเซฟตี้นำมาปรับให้สอดคล้องกับบริบทของสถานประกอบกิจการในประเทศไทย ทั้งเรื่องผังอาคาร ช่องทางแจ้งเหตุของไทย และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ต้อนรับซึ่งเป็นด่านแรก ทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินและทีมอพยพ ผู้ดูแลอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรมและสถานที่ที่มีคนหนาแน่น บุคลากรสถานศึกษาและสถานพยาบาล พนักงานที่ต้องปฏิบัติงานนอกสถานที่หรือพื้นที่เสี่ยง และผู้บริหารที่ต้องสั่งการในภาวะวิกฤต
1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจรูปแบบภัยคุกคามจากการก่อการร้ายและความรุนแรง และประเมินจุดเสี่ยงในพื้นที่ปฏิบัติงานของตนเองได้
2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสังเกตสิ่งบอกเหตุก่อนเกิดเหตุการณ์ และรายงานตามช่องทางที่ถูกต้องได้
3. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมตัดสินใจตามหลัก หนี ซ่อน สู้ (Run · Hide · Fight) ได้อย่างถูกต้องภายในเวลาอันสั้น โดยเข้าใจลำดับความสำคัญว่าการหนีคือทางเลือกแรก และการสู้เป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
4. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเลือกที่กำบังที่ปลอดภัยจริงและปิดกั้นพื้นที่ได้อย่างถูกวิธี
5. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมแจ้งเหตุแก่เจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประโยชน์ ปฏิบัติตัวถูกต้องเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุ และปฏิบัติตัวได้ถูกต้องเมื่อพบวัตถุต้องสงสัย
6. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีทักษะปฐมพยาบาลบาดแผลรุนแรง โดยเฉพาะการห้ามเลือด การดูแลทางเดินหายใจ และการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ในช่วงก่อนหน่วยแพทย์เข้าถึงพื้นที่
7. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมคัดแยกและเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บได้อย่างปลอดภัย และนำความรู้ไปจัดทำแผนเผชิญเหตุของหน่วยงานได้


⚠️ คุณถามครบ 5 คำถามต่อวันแล้ว
สนทนาโดยตรงกับทีมงานผ่าน LINE ได้เลยค่ะ
คุณสามารถเลือกประเภทคุกกี้ที่ยินยอมให้เราใช้ได้ คุกกี้ที่จำเป็นจะถูกเปิดใช้งานเสมอเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ถูกต้อง
สอบถามเพิ่มเติม: info.smartsafetythai@gmail.com | นโยบายความเป็นส่วนตัว