สมาร์ทเซฟตี้

ซ้อมแผนกราดยิง หนี ซ่อน สู้ (Run Hide Fight) — คู่มือรับมือเหตุกราดยิง

เหตุกราดยิงไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า และเวลาตัดสินใจสั้นกว่าภัยทุกประเภท — รวมทุกเรื่องที่ โรงเรียน มหาวิทยาลัย และบริษัทเอกชน ต้องรู้เกี่ยวกับ การเอาตัวรอดเหตุกราดยิง ตามหลัก หนี ซ่อน สู้ พร้อมหลักสูตรฝึกอบรมและซ้อมแผนถึงสถานที่จริงของท่าน

อบรม 6 ชั่วโมง (1 วัน) 30 ท่าน/รุ่น มีวุฒิบัตร อ้างอิง UNDSS
ขอใบเสนอราคาอบรมกราดยิง ฟรี
ซ้อมแผนกราดยิงในสถานประกอบการ ตามหลัก หนี ซ่อน สู้ (Run Hide Fight)
ซ้อมแผนกราดยิงถึงสถานที่จริง เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าต้องทำอะไรก่อนเกิดเหตุ

ทำไมโรงเรียน มหาวิทยาลัย และบริษัท ต้องซ้อมแผนกราดยิง?

เหตุผลที่โรงเรียน มหาวิทยาลัย และบริษัท ต้องซ้อมแผนกราดยิง
ภัยที่ไม่มีสัญญาณเตือน ทำให้เวลาตัดสินใจสั้นกว่าภัยประเภทอื่นมาก

เหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้า เหตุระเบิดในที่สาธารณะ และความรุนแรงในสถานที่ทำงาน เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย และทุกครั้งเกิดในสถานที่ที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าปลอดภัย

สิ่งที่ทำให้ภัยประเภทนี้ต่างจากอัคคีภัยหรือแผ่นดินไหวคือ ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า และเวลาที่ใช้ตัดสินใจสั้นกว่ามาก ข้อมูลจากเหตุการณ์จริงพบว่าคนจำนวนมากเสียชีวิตเพราะสาเหตุที่ป้องกันได้ด้วยการฝึก

ยืนนิ่ง
เสียเวลาไปกับการทำความเข้าใจว่าเสียงที่ได้ยินคืออะไร แทนที่จะเคลื่อนที่ทันที
มุมอับ
วิ่งตามฝูงชนไปรวมกันในจุดที่ไม่มีทางออกที่สอง
เสียเลือด
บาดเจ็บรุนแรงแล้วไม่มีใครห้ามเลือดเป็น ก่อนหน่วยแพทย์เข้าถึงพื้นที่
แผนที่ไม่เคยซ้อม มักใช้ไม่ได้จริงเมื่อเกิดเหตุ — การมีเอกสารแผนเผชิญเหตุเก็บไว้ในแฟ้มไม่ได้ช่วยอะไรถ้าไม่มีใครเคยลงมือทำจริง การฝึกทำให้ร่างกายตัดสินใจได้เองในวินาทีที่สมองยังตกใจอยู่

หนี ซ่อน สู้ (Run · Hide · Fight) คืออะไร

หนี ซ่อน สู้ คือลำดับการตัดสินใจสากลเมื่อเจอเหตุคนร้ายกราดยิง มีต้นทางจาก U.S. Department of Homeland Security และ FBI และถูกใช้ฝึกรับมือเหตุ Active Shooter ทั่วโลก จุดสำคัญคือทั้งสามอย่างนี้ ไม่ใช่ทางเลือกที่เท่ากัน แต่เป็นลำดับความสำคัญ

ลำดับที่ 1

หนี

Run — ทางเลือกแรกเสมอ

ถ้ามีทางออกที่ปลอดภัย ให้ออกจากพื้นที่ทันที ไม่ต้องเก็บสิ่งของ ไม่ต้องรอให้แน่ใจ นี่คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

ลำดับที่ 2

ซ่อน

Hide — เมื่อออกไม่ได้

หาที่กำบังที่กันกระสุนได้จริง ล็อกและปิดกั้นประตู ปิดไฟ ปิดเสียงโทรศัพท์ หลบต่ำ และอยู่เงียบ

ลำดับที่ 3

สู้

Fight — ทางเลือกสุดท้าย

เฉพาะเมื่อชีวิตอยู่ในอันตรายเฉพาะหน้าและไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเท่านั้น ใช้สิ่งของรอบตัว ลงมือพร้อมกันเป็นกลุ่ม

สิ่งที่ต้องทำก่อนทั้งสามข้อ คือ "ยอมรับว่ามันเกิดขึ้นจริง" — ปฏิกิริยาแรกของคนส่วนใหญ่คือหยุดนิ่งเพื่อประมวลผลว่าเสียงนั้นคือประทัด เสียงของตก หรือเสียงปืน ช่วงเวลานี้เองที่กินเวลามีค่าที่สุดไป

หนี (Run) — ทำอย่างไรให้รอด

หลักการหนี (Run) เมื่อเกิดเหตุกราดยิง
หนีอย่างมีหลักการ ไม่ใช่วิ่งตามฝูงชน

การหนีคือทางเลือกที่ให้อัตรารอดสูงที่สุด แต่ต้องหนีอย่างมีหลักการ ไม่ใช่วิ่งตามคนอื่น

  • ตัดสินใจในวินาทีแรก — ถ้าได้ยินเสียงที่คล้ายเสียงปืน ให้ถือว่าใช่ไว้ก่อนแล้วเคลื่อนที่ ปลอดภัยกว่าการยืนรอความแน่ใจ
  • ไม่เก็บสิ่งของ — กระเป๋า โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ที่วางอยู่ไกลตัว ไม่คุ้มกับวินาทีที่เสียไป
  • เลี่ยงเส้นทางเดียวกับฝูงชน — ทางออกหลักมักแออัดจนเคลื่อนที่ไม่ได้ ควรรู้ทางออกสำรองของอาคารไว้ล่วงหน้า
  • ทิ้งสัมภาระให้พ้นมือ — เมื่อออกไปแล้วต้องยกมือให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าไม่มีอาวุธ
  • นำผู้อื่นไปด้วยเท่าที่ทำได้ — บอกทางกับคนที่ยังไม่รู้ตัว แต่ไม่หยุดรอคนที่ปฏิเสธจะไป เพราะจะทำให้ตัวเองเสี่ยงเพิ่ม
  • ออกไปแล้วอย่ากลับเข้าไปอีก — และอย่าหยุดอยู่หน้าทางออก ให้เคลื่อนออกไปให้ไกลและหาที่กำบัง

ซ่อน (Hide) — ที่กำบัง ไม่ใช่แค่ที่บังสายตา

หลักการซ่อน (Hide) และความต่างระหว่างที่กำบังกับที่บังสายตา
ที่กำบังต้องหยุดกระสุนได้ ไม่ใช่แค่บังไม่ให้มองเห็น

ความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุดของการซ่อนคือ การคิดว่า "คนร้ายมองไม่เห็นเรา = เราปลอดภัย" ในความเป็นจริงต้องแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันให้ชัด

เปรียบเทียบที่กำบัง (Cover)ที่บังสายตา (Concealment)
ความหมายหยุดกระสุนได้จริงแค่ทำให้มองไม่เห็น กระสุนทะลุได้
ตัวอย่างผนังคอนกรีต เสาอาคาร ตู้เหล็กหนา เครื่องจักรขนาดใหญ่ผนังเบา โต๊ะไม้ ม่าน พาร์ทิชันกั้นโต๊ะ
ใช้เมื่อไรเลือกเป็นอันดับแรกเสมอใช้ได้เมื่อไม่มีที่กำบัง แต่ต้องรู้ว่ายังเสี่ยง

เมื่อเลือกจุดซ่อนได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือ

  • ล็อกประตู และปิดกั้นด้วยเฟอร์นิเจอร์หนัก — ประตูที่ล็อกอย่างเดียวอาจถูกงัดได้
  • ปิดไฟในห้อง หลบให้ต่ำ และอยู่ห่างแนวประตูและหน้าต่าง ไม่ใช่หลบหลังประตูโดยตรง
  • ปิดเสียงโทรศัพท์ ไม่ใช่แค่ตั้งสั่น — เสียงสั่นบนโต๊ะดังพอที่จะเผยตำแหน่ง
  • อยู่เงียบและไม่เปิดประตูให้ใครจนกว่าเจ้าหน้าที่จะยืนยันตัวตน
  • ถ้าอยู่กันหลายคน กระจายตัวไม่ให้รวมกลุ่มในแนวเดียวกัน

สู้ (Fight) — ทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น

หลักการสู้ (Fight) ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อหนีและซ่อนไม่ได้
ใช้เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเท่านั้น

การเข้าขัดขวางผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่สิ่งที่ควรเลือกทำถ้ายังมีทางอื่น หลักสูตรนี้สอนเรื่องนี้ในฐานะทางเลือกสุดท้ายเมื่อชีวิตอยู่ในอันตรายเฉพาะหน้า หนีไม่ได้และซ่อนไม่ได้แล้วเท่านั้น

  • ลงมือพร้อมกันเป็นกลุ่ม ได้ผลกว่าคนเดียวมาก และต้องลงมืออย่างเด็ดขาดไม่ลังเลกลางคัน
  • ใช้สิ่งของรอบตัว เช่น ถังดับเพลิง เก้าอี้ กระเป๋าหนัก และใช้จังหวะที่ผู้ก่อเหตุเสียสมาธิ
  • เข้าใจข้อจำกัดทางกฎหมาย เรื่องการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนตัดสินใจ ซึ่งเป็นหัวข้อที่หลักสูตรอธิบายไว้ชัดเจน
หลักสูตรนี้ ไม่ใช่การฝึกต่อสู้หรือการใช้อาวุธ แต่เป็นการฝึกตัดสินใจและเอาตัวรอด เป้าหมายคือให้ผู้เข้าอบรมกลับบ้านได้ ไม่ใช่ให้เข้าไปเผชิญหน้า

แจ้งเหตุอย่างไร และปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง

ข้อมูลที่ต้องแจ้งทันที

  • ตำแหน่ง — อาคาร ชั้น โซน ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่รู้
  • จำนวนผู้ก่อเหตุ และลักษณะรูปพรรณเท่าที่เห็น
  • อาวุธที่ใช้ และทิศทางที่กำลังเคลื่อนไป
  • จำนวนผู้บาดเจ็บ และตำแหน่งที่อยู่

ถ้าพูดไม่ได้เพราะกำลังซ่อนอยู่ ให้ส่งข้อความแทน หรือเปิดสายทิ้งไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงในพื้นที่

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่

  • ยกมือให้เห็นตลอดเวลา กางนิ้วออก ไม่ถืออะไรไว้ในมือแม้แต่โทรศัพท์
  • ไม่วิ่งเข้าหา ไม่กอด ไม่ฉุดเจ้าหน้าที่ และไม่ชี้ด้วยมือถืออาวุธจำลอง
  • ทำตามคำสั่งทันทีโดยไม่ต่อรอง เจ้าหน้าที่ชุดแรกมีภารกิจหยุดผู้ก่อเหตุก่อน ไม่ใช่ช่วยผู้บาดเจ็บ
  • เคลื่อนออกไปในทิศทางที่เจ้าหน้าที่เข้ามา และแจ้งข้อมูลเมื่อออกไปถึงจุดปลอดภัย

ปฐมพยาบาลบาดแผลรุนแรง — ส่วนที่ช่วยชีวิตได้มากที่สุด

ในเหตุกราดยิง เจ้าหน้าที่ต้องควบคุมสถานการณ์ให้ปลอดภัยก่อนหน่วยแพทย์จะเข้าพื้นที่ได้ ช่วงเวลานั้นคนที่อยู่ในพื้นที่คือคนเดียวที่ช่วยได้ และสาเหตุการเสียชีวิตที่ป้องกันได้มากที่สุดคือการเสียเลือด

  • การห้ามเลือดด้วยการกดโดยตรง และการใช้สายรัดห้ามเลือด (Tourniquet) เมื่อกดไม่อยู่
  • การจัดการบาดแผลทะลุ และการดูแลทางเดินหายใจ
  • การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานด้วย CPR และ AED
  • การคัดแยกผู้บาดเจ็บเมื่อมีผู้ประสบเหตุจำนวนมาก และการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยง

หากต้องการเจาะลึกเฉพาะทักษะนี้ ดูเพิ่มเติมที่หน้า ปฐมพยาบาลและ CPR เบื้องต้น

ปรับเนื้อหาตามกลุ่ม: โรงเรียน มหาวิทยาลัย และบริษัทเอกชน

สถานที่ต่างกันมีข้อจำกัดต่างกัน หลักสูตรจึงปรับสถานการณ์จำลองให้ตรงกับผังอาคารและลักษณะคนในพื้นที่ของแต่ละกลุ่ม

🏫

โรงเรียน

เด็กตัดสินใจเองได้จำกัด ครูจึงต้องรู้บทบาทล่วงหน้าว่าใครล็อกประตู ใครนับจำนวนนักเรียน ใครแจ้งเหตุ ซ้อมแยกตามช่วงเวลา ทั้งคาบเรียน พักกลางวัน และกิจกรรมรวมคน

🎓

มหาวิทยาลัย

พื้นที่กว้าง อาคารหลายหลัง คนเข้าออกอิสระ เน้นการแจ้งเตือนข้ามอาคาร การรู้ทางออกสำรองของอาคารที่ไม่คุ้นเคย และบทบาทของเจ้าหน้าที่หอพักกับ รปภ.

🏢

บริษัทเอกชน

เน้นความรุนแรงจากบุคคลภายในองค์กรซึ่งพบบ่อยกว่าที่คิด การสังเกตสิ่งบอกเหตุล่วงหน้า บทบาทพนักงานต้อนรับและ รปภ. ที่เป็นด่านแรก และการสั่งการของผู้บริหารในภาวะวิกฤต

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีกฎหมายไทยที่ระบุชื่อ "อบรมกราดยิง" โดยตรง แต่มีหลายฉบับที่ทำให้การเตรียมพร้อมเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของนายจ้างและหน่วยงาน

  • พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 16 — นายจ้างต้องจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยแก่ลูกจ้าง ครอบคลุมการเตรียมพร้อมรับภาวะฉุกเฉินในสถานที่ทำงาน
  • พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 — นับภัยจากการก่อวินาศกรรมไว้ในขอบเขตของสาธารณภัย หน่วยงานจึงควรมีแผนเผชิญเหตุรองรับ
  • กฎกระทรวงฯ ว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2548 — ต้องจัดให้มีปัจจัยในการปฐมพยาบาลตามขนาดของสถานประกอบกิจการ
  • กฎกระทรวงฯ เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 — ส่วนของแผนอพยพและการฝึกซ้อม ใช้เป็นฐานต่อยอดไปสู่แผนเผชิญเหตุความรุนแรงได้

ดูกฎหมายความปลอดภัยฉบับเต็มได้ที่หน้า รวมกฎหมายความปลอดภัย ดาวน์โหลดฟรี

หลักสูตรอบรมซ้อมแผนกราดยิง แบบ In-House

หลักสูตร การเอาตัวรอดจากการก่อการร้าย และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
หลักสูตร การเอาตัวรอดจากการก่อการร้าย และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
6 ชั่วโมง · จัดถึงสถานที่ของท่าน · มีวุฒิบัตร
ดูรายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้อ้างอิงแนวทาง Preparing and Responding to Active Shooter Incidents ของ UNDSS (United Nations Department of Safety and Security) ปรับให้เข้ากับบริบทไทย ทั้งผังอาคาร ช่องทางแจ้งเหตุ และข้อกฎหมาย เน้นภาคปฏิบัติและการฝึกจำลองสถานการณ์ในสถานที่จริงของท่าน พร้อมถอดบทเรียนหลังฝึก

หลักสูตรที่มักจัดร่วมกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หนี ซ่อน สู้ (Run Hide Fight) คืออะไร?
หนี ซ่อน สู้ (Run · Hide · Fight) คือลำดับการตัดสินใจสากลเมื่อเจอเหตุคนร้ายกราดยิง เรียงตามลำดับความสำคัญ คือ หนี — ออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดเป็นทางเลือกแรกและปลอดภัยที่สุด, ซ่อน — เมื่อออกไม่ได้ ให้หาที่กำบังที่กันกระสุนได้จริง ปิดกั้นและล็อกประตู ปิดเสียงโทรศัพท์ และ สู้ — เป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อชีวิตอยู่ในอันตรายเฉพาะหน้าและไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเท่านั้น แนวทางนี้มีต้นทางจาก U.S. Department of Homeland Security และ FBI
เหตุกราดยิงในโรงเรียนหรือที่ทำงาน ควรทำอะไรก่อนในวินาทีแรก?
สิ่งที่ต้องทำก่อนคือ "ยอมรับว่ามันเกิดขึ้นจริง" แล้วเคลื่อนที่ทันที ข้อมูลจากเหตุการณ์จริงพบว่าคนจำนวนมากเสียชีวิตเพราะยืนนิ่งเพื่อทำความเข้าใจว่าเสียงที่ได้ยินคือเสียงอะไร ถ้ามีทางออกที่ปลอดภัยให้หนีออกทันทีโดยไม่ต้องเก็บสิ่งของ ไม่วิ่งไปรวมกับฝูงชนในทางเดียว และถ้าหนีไม่ได้จึงเปลี่ยนไปหาที่กำบังและปิดกั้นตัวเอง
ซ่อนอย่างไรให้ปลอดภัยจริง ต่างจากการบังสายตาอย่างไร?
ที่กำบัง (cover) คือสิ่งที่หยุดกระสุนได้ เช่น ผนังคอนกรีต เสา ตู้เหล็กหนา ต่างจากที่บังสายตา (concealment) เช่น ผนังเบา โต๊ะไม้ ม่าน ซึ่งทำให้คนร้ายมองไม่เห็นแต่กระสุนทะลุได้ หลักปฏิบัติคือเลือกห้องที่ล็อกได้ ปิดกั้นประตูด้วยเฟอร์นิเจอร์หนัก ปิดไฟ ปิดเสียงโทรศัพท์ (ไม่ใช่แค่สั่น) หลบให้ต่ำและอยู่ห่างแนวประตูกับหน้าต่าง แล้วอยู่เงียบจนเจ้าหน้าที่มาถึง
โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต้องซ้อมแผนกราดยิงไหม?
ควรจัดครับ สถานศึกษาเป็นสถานที่ที่มีคนหนาแน่นและมีเด็กซึ่งตัดสินใจเองได้จำกัด การซ้อมแผนช่วยให้ครู อาจารย์ และเจ้าหน้าที่รู้บทบาทของตัวเองล่วงหน้า เช่น ใครล็อกประตู ใครนับจำนวนนักเรียน ใครแจ้งเหตุ ทำให้ลดเวลาตัดสินใจในนาทีวิกฤต หลักสูตรของเราปรับสถานการณ์จำลองให้ตรงกับผังอาคารเรียนและช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงต่างกัน เช่น ช่วงคาบเรียน ช่วงพักกลางวัน และช่วงกิจกรรมรวมคน
บริษัทเอกชนควรซ้อมแผนกราดยิงบ่อยแค่ไหน?
แนะนำอบรมและซ้อมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และซ้อมเพิ่มเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น ย้ายอาคาร ปรับผังพื้นที่ เปลี่ยนระบบล็อกประตู หรือมีพนักงานใหม่จำนวนมาก เพราะแผนที่ไม่เคยซ้อมมักใช้ไม่ได้จริงเมื่อเกิดเหตุ องค์กรที่มีพนักงานต้อนรับหรือ รปภ. เป็นด่านแรกควรทบทวนบทบาทกลุ่มนี้ถี่กว่าส่วนอื่น
อบรมกราดยิงใช้เวลากี่ชั่วโมง มีอะไรบ้าง?
หลักสูตร การเอาตัวรอดจากการก่อการร้าย และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ของสมาร์ทเซฟตี้ ใช้เวลา 6 ชั่วโมง (1 วัน) ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีเรื่องการสังเกตสิ่งบอกเหตุ หลัก หนี ซ่อน สู้ การแจ้งเหตุและการปฏิบัติตัวเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ การจัดการวัตถุต้องสงสัย และภาคปฏิบัติเรื่องปฐมพยาบาลบาดแผลรุนแรง การห้ามเลือด CPR/AED พร้อมฝึกจำลองสถานการณ์และถอดบทเรียน
ทำไมต้องเรียนปฐมพยาบาลควบคู่กับการเอาตัวรอด?
เพราะในเหตุกราดยิง ผู้บาดเจ็บมักเสียชีวิตจากการเสียเลือดก่อนที่หน่วยแพทย์จะเข้าถึงพื้นที่ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องควบคุมสถานการณ์ให้ปลอดภัยก่อน ช่วงเวลานั้นคนที่อยู่ในพื้นที่คือคนเดียวที่ช่วยได้ ทักษะห้ามเลือดด้วยการกดและการใช้สายรัดห้ามเลือดจึงเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตได้มากที่สุดในเหตุการณ์ลักษณะนี้
หลักสูตรนี้อ้างอิงมาตรฐานอะไร?
เนื้อหาส่วนการเอาตัวรอดพัฒนาโดยอ้างอิงหลักสูตร Preparing and Responding to Active Shooter Incidents ของ UNDSS (United Nations Department of Safety and Security) ซึ่งสหประชาชาติใช้เตรียมความพร้อมให้บุคลากรของตน ส่วนกรอบ Run · Hide · Fight มีต้นทางจาก U.S. Department of Homeland Security และ FBI สมาร์ทเซฟตี้นำมาปรับให้เข้ากับบริบทไทย ทั้งผังอาคาร ช่องทางแจ้งเหตุของไทย และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อบรมแล้วได้ใบรับรองไหม จัดที่สถานที่ของเราได้ไหม?
ได้ทั้งสองอย่างครับ ผู้เข้าอบรมที่ผ่านหลักสูตรจะได้รับวุฒิบัตร และเราเดินทางไปจัดอบรมแบบ In-House ถึงโรงเรียน มหาวิทยาลัย และสำนักงานทั่วประเทศ รับได้ประมาณ 30 ท่าน/รุ่น การจัดในสถานที่จริงมีข้อดีคือได้ซ้อมกับผังอาคารและเส้นทางหนีของท่านเอง ซึ่งใช้งานได้จริงกว่าการเรียนในห้องประชุมภายนอก
กฎหมายไทยบังคับให้อบรมเรื่องนี้หรือไม่?
ไม่มีกฎหมายที่ระบุชื่อ "อบรมกราดยิง" โดยตรง แต่ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัยฯ พ.ศ. 2554 มาตรา 16 กำหนดให้นายจ้างจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยแก่ลูกจ้าง ซึ่งครอบคลุมการเตรียมพร้อมรับภาวะฉุกเฉินในที่ทำงาน และ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 นับภัยจากการก่อวินาศกรรมไว้ในขอบเขตสาธารณภัย หน่วยงานจึงควรมีแผนเผชิญเหตุรองรับ

ให้ทุกคนในองค์กรรู้ว่าต้องทำอะไร ใน 6 ชั่วโมง

อบรมและซ้อมแผนกราดยิงถึงโรงเรียน มหาวิทยาลัย และสำนักงานของท่านทั่วประเทศ ฝึกกับผังอาคารจริง พร้อมวุฒิบัตร — ขอใบเสนอราคาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอใบเสนอราคาฟรี